(Guide) 8 วิธีง่ายๆ ที่คุณจะเล่นเกมมือถือได้ลื่นขึ้น

การเล่นเกมคือช่วงเวลาแห่งความเพลิดเพลิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมมือถือที่สามารถหยิบมันได้ทุกที่ทุกเวลายกเว้นเวลานอนกับเวลาแบตหมด แต่คงจะหงุดหงิดไม่น้อยหากว่าเราล่นเกมแล้วมันไม่ลื่นสมใจนึกที่ต่อให้มือถือสเปคเรือธงงกับหางธงก็อาจสามารถไม่ลื่นได้ นี่จะเป็นวิธีเบื้องต้นที่อยากแนะนำให้ให้เพื่อนๆ ใช้ จะได้เล่นเกมในมือถือได้ลื่นปรี๊ดๆ ครับ

** หมายเหตุ – ภาพประกอบบทความนั้นทางเราใช้มือถือ Samsung ในการถ่ายสกรีนชอตนะครับ

1. ซาร์ตแบตให้พร้อมเสมอ

สำคัญของเครื่องมือถือก็คือแบตเตอร์รี่เนี่ยแหละครับ แบตเตอร์รี่จะต้องพร้อมเสมอ อย่าให้ลดตํ่ากว่า 20 – 30 % หากคิดจะเล่นเกม กรณีที่แบตเหลือน้อย ควรมีพาวเวอร์แบงค์หรือแบตเตอร์รี่สำรองเอาไว้เตรียมตัวตลอด เพราะถ้ามือถือแบตเหลือน้อย มันจะทำงานได้ช้าลงเนื่องจากมือถือจะต้องประหยัดพลังงานในการใช้งานครับ แต่แนะนำเลยว่า “ไม่จำเป็น อย่าเล่นเกมตอนที่มือถือกำลังซาร์ตแบต” เพราะจะทำให้มือถือร้อนแล้วเสี่ยงทำให้มันรีสตาร์ทเครื่องเองครับ

2. เปิดโหมด GAME MODE

โหมด GAME MODE นี้จะมีให้เล่นเฉพาะบางรุ่นครับ ซึ่งจะเป็นโหมดที่มือถือจะทำการปิดการแจ้งเตือนและการทำงานของแอพอื่น ทุกแอพ เพื่อให้รันเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียของการเปิดโหมดนี้ก็คือมันจะไม่แจ้งเตือนอะไรเลย ทำให้เราจะไม่รู้ว่ามีใครโทรมาบ้างหรือมือถือแจ้งอะไรบ้าง ปัจจุบันมีมือถือบางรุ่นที่มีโหมด GAME MODE มาให้ในตัว เช่น Samsung ซึ่งแอพประเภทนี้ก็มีแอพอบบ Third Party เหมือนกัน แต่ต้องลองดูดีๆ ว่าแอพพวกนี้ไว้ใจได้รึเปล่านะครับ ลองค้นหาได้เลยครับ เช่นคำว่า Game Launcher , Game Booster

3. ปิดการแจ้งเตือนแอพในมือถือ

ปัญหาสำคัญที่ทำให้มือถือเครื่องนั้นๆ ช้าหรืออืดก็คือ มีการเปิดให้มีการแจ้งเตือนแอพมือถือมากเกินไป ยิ่งลงแอพเยอะ การแจ้งเตือนก็ยิ่งเยอะ ยิ่งทำให้เครื่องทำงานหนักครับ แถมระหว่างเล่นเกมมันก็จะแจ้งเตือนเด้งแทรกเข้ามาอีก ไปลดการทำงานรันแอพเกมอีกต่างหาก วิธีการง่ายๆ ก็คือ ไปตั้งค่าการแจ้งเตือน แล้วก็ปิดการแจ้งเตือนแอพนั้นๆ ครับ ยิ่งปิดเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะมันจะทำให้มือถือเครื่องนั้นๆ ทำงานน้อยลง ให้เปิดแจ้งเตือนเฉพาะที่จำเป็นก็พอครับ

4. ปิดแอพทำงานเบื้องหลัง

อันนี้หลักการคล้ายๆ กับข้อ 3 เลยครับ แต่ข้อต่างก็คือ นอกจากการปิดแจ้งเตือนแล้ว อย่าเปิดแอพอื่นๆ ค้างเอาไว้ด้วย เพราะว่าการที่เปิดแอพอื่นๆ ค้างไปด้วยนั้น ตัวเครื่องก็ยังถือว่าเปิดแอพตัวนั้นๆ อยู่ มันก็จะยังทำงานหนักขึ้นแล้วก็ส่งผลกระทบกับการทำงานของแอพหลักที่เราใช้งาน เรื่องนี้ต่อให้เป็นมือถือสเปคเทพเรือธงก็มีสิทธิทำงานผิดปกติได้หากมีการเปิดแอพเยอะเกิน แนะนำให้ไล่ปิดก่อนที่จะเล่นเกม ซึ่งนอกจากจะทำให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้นแล้วยังช่วยประหยัดแบตเตอร์รี่ด้วยนะครับ

5. Boost เครื่องให้เร็วขึ้นโดยการทำความสะอาด

ในเครื่องมือถือแต่ละเครื่องนั้นจะต้องมีแอพที่จะเอาไว้บำรุงรักษาอุปกรณ์อยู่แล้ว นั่นก็คือการเคลียรแคช , ปิดการทำงานแอพที่ไม่ได้ใช้ , ลบไฟล์ขยะที่ไม่จำเป็น แนะนำให้ทำก่อนเล่นเกม เพราะทุกครั้งที่เราใช้งานมือถือ มันจะต้องมีไฟล์แคชเอย ไฟล์ขยะเอยมาทำให้เครื่องเราช้าขึ้น การเคลียร์แคชพวกนี้จะทำให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้นและเต็มประสิทธิภาพของมันครับ และจะช่วยบำรุงรักษาเครื่องของเราด้วย แต่แนะนำให้ใช้แอพที่ติดมากับเครื่องเท่านั้นนะครับ พวกแอพจากข้างนอก เช่นพวกสแกนไวรัสอะไรอย่าไปลง เพราะไม่จำเป็นและไม่ปลอดภัย

6. เปิดโหมดใช้งานเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ วิธีที่จะช่วยทำให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น นั่นก็คือ การเปิดแบตเตอร์รี่ในโหมดไม่ประหยัดพลังงานครับ โดยการเปิดทุกอย่างเพื่อให้มือถือรันแบตเตอร์รี่เต็มที่เพื่อให้เล่นแอพได้ดีที่สุด เร็วที่สุดและลื่นที่สุด แต่ข้อเสียคือต้องแลกกับแบตเตอร์รี่ที่จะลดลงเร็วกว่าปกติ แต่นั่นก็จะตรงกันข้อ 1 ที่ต้องซาร์ตแบตให้พร้อมและเตรียมพาวเวอร์แบงค์ให้พร้อมนะครับ

7. ปรับกราฟฟิกในเกม

อีกหนึ่งเรื่องที่จะช่วยได้ นั่นก็คือการปรับกราฟฟิกในเกมครับ เพราะถ้ามือถือของคุณสเปคไม่ถึง แต่ดันทะลึ่งไปปรับกราฟฟิกซุปเปอร์ดู๊ฟเปอร์เวรี่เอ๊กไซ้ท์ติ๊งไฮท์ดับเบิ้ลเอน ก็มีแต่จะทำให้เล่นเกมได้ไม่ลื่นแล้วก็ช้าลงไปอีกครับ ดังนั้นปรับสเปคให้เหมาะสมกับมือถือของคุณ ถ้าปรับแล้วรู้สึกว่ามันช้า ก็ปรับให้ตํ่ากว่าเดิม ภาพอาจไม่สวย แต่สำหรับสายเกมเน้นความลื่นดีที่สุดครับ

8. อย่า! เล่นมือถือในที่ร้อน

อากาศบ้านเรามันช่างทรมานพวกเราราวกับโยนพวกเราลงเตาถ่านเตรียมพร้อมถูกย่างได้ทุกวินาทีที่เดินออกจากบ้าน และความร้อนมันก็ส่งผลกระทบกับการทำงานของมือถือด้วย ยิ่งอากาศร้อน มันจะยิ่งทำงานหนักแล้วอาจทำให้เครื่องร้อนเกินจนทำงานมีปัญหาได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ อย่าลืมมือถือในที่อากาศร้อน หรือถ้าพบว่าเครื่องร้อนก็อย่าเพิ่งไปใช้งานมันครับ ให้พักมันจนเย็นก่อนดีกว่า

ทั้ง 8 วิธีนี้จะสามารถใช้งานได้ทุกแพล็ตฟอร์ม ไม่ว่าจะเล่นแอนดรอยด์หรือว่า iOS ต่างก็ใช้หลักการเดียวกันหมดครับ มือถือสเปคกลางๆ เองก็สามารถรันเกมให้เล่นได้ลื่นขึ้นได้ไม่แพ้มือถือสเปคเรือธงเลยหละครับ อย่าลืมเอาไปแนะนำบอกคนอื่นด้วยนะครับ จะได้เล่นเกมได้สนุกและไม่หัวร้อนครับ