Riot Games เผยโรดแมป VALORANT ปี 2026 เปิดตัวอาวุธใหม่ “Bandit” พร้อมด้วยโหมดเกมสุดมันส์ และ การยกเครื่องระบบจับคู่แมตช์ใหม่หมดจด!!

กรุงเทพฯ, 7 มกราคม 2569 – Riot Games ผู้พัฒนาและให้บริการเกม เอนเตอร์เทนเมนต์ และ การแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตจากสหรัฐอเมริกา ประกาศก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของ VALORANT ด้วยการเปิดตัวอัปเดตใหญ่สำหรับ ซีซัน 2026 // Act 1 โดยมุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้สนุกและสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวปืนพกกระบอกใหม่ “Bandit” โหมดเกมจำกัดเวลา AR1S การปรับปรุงแผนที่เชิงกลยุทธ์ และการยกเครื่องระบบ MMR ครั้งสำคัญ

เปิดปีใหม่ พร้อมเขย่าวงการด้วยอาวุธใหม่ “Bandit”

ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ VALORANT เพิ่ม อาวุธใหม่ เข้ามาเพื่อ เปลี่ยนกลยุทธ์การเล่น Bandit คือ ปืนพก ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Ghost และ Sheriff โดยมีจุดเด่นคือ ผู้เล่นสามารถ สังหารศัตรูที่สวมเกราะเบา ได้ด้วย การยิงเฮดช็อตเพียงนัดเดียว รวมถึงช่วยให้ทีมที่มีงบประมาณจำกัดมีโอกาสพลิกสถานการณ์มาคว้าชัยได้ด้วยทักษะการเล็งที่แม่นยำ พร้อมเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อรอบ thrifty ไปอย่างสิ้นเชิง

การกลับมาของ Breeze และการปรับโฉมแผนที่เชิงกลยุทธ์

นอกจากการเปิดตัวอาวุธใหม่แล้ว แผนที่ยอดนิยมอย่าง Breeze ก็กลับเข้าสู่ Competitive Rotation อีกครั้งพร้อม การรีเวิร์คครั้งใหญ่ เพื่อลดจุดอ่อนด้านพื้นที่เปิดโล่งที่กว้างเกินไป ช่วยให้ เอเจนท์สาย Controller สามารถ ใช้สกิลปิดมุม และ คุมพื้นที่ได้หลากหลายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตจุดยุทธศาสตร์ในแผนที่ Haven และ Corrode เพื่อให้การยิงทะลุกำแพง (Wall Bang) มีความชัดเจน คาดเดาได้ง่ายขึ้น และเพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาของ Breeze ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ผู้เล่นจะได้รับสิทธิ์ ลดอัตราการเสียแต้ม RR ลงถึง 50% หากพ่ายแพ้ในแผนที่นี้

AR1S โหมดใหม่สไตล์อาร์เคด บู๊เดือดได้ในไซต์เดียว

ต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัว AR1S (All Random, One Site) โหมดการเล่นแบบอาร์เคด 5v5 รูปแบบใหม่ที่เน้นความ รวดเร็ว และ บู๊เดือดในไซต์เดียว โดยผู้เล่นจะได้รับเอเจนท์แบบสุ่มในทุกรอบการเล่น พร้อมระบบสกิลสไตล์ TDM และการแย่งชิงออร์บพิเศษในแผนที่ขนาดเล็ก เพื่อสร้างคอมโบสกิลที่หาดูได้ยากและการปะทะที่ต่อเนื่องเร้าใจตลอดทั้งเกม

ยกเครื่องระบบ MMR เพิ่มความสมดุลในทุกแมตช์การแข่งขัน

VALORANT เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การเล่นในปี 2026 ด้วยการอัปเดตระบบ MMR (Matchmaking Rating) ครั้งสำคัญ ซึ่งเน้นการ ปรับปรุงคุณภาพการจับคู่แข่งขัน ในภาพรวมให้มีความแม่นยำและยุติธรรมมากยิ่งขึ้น โดยระบบใหม่จะเน้น การคำนวณที่สอดคล้องกับระดับทักษะที่แท้จริง ของผู้เล่นแต่ละคน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกแมตช์มีความสมดุลและผู้เล่นทุกคนจะได้อยู่ในล็อบบี้ที่เหมาะสมที่สุด แม้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่จะยังคงรักษาอันดับแรงค์เดิมไว้ได้ แต่การปรับแต่งระบบแบ็กเอนด์ในครั้งนี้จะช่วยให้การจับคู่แข่งขันมีความสม่ำเสมอและสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่สนุกสนานสำหรับทุกคนตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าเกม

เสริมมาตรการใหม่เพื่อรับมือกับผู้เล่นสุด Toxic!

ในด้านระบบคอมมูนิตี้ ทีมงานได้มุ่งเน้นการจัดการพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างเข้มงวดผ่านการเปิดตัว “ข้อตกลงคอมมูนิตี้ฉบับใหม่” และ “ระบบสถานะพฤติกรรม” ที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถตรวจสอบสถานะและประเมินความรับผิดชอบของตนเองได้แบบเรียลไทม์ พร้อมกันนี้ยังมีการปรับปรุงนโยบายการลงโทษผู้กระทำผิดร้ายแรง ทั้งในเรื่องของการสื่อสารด้วยข้อความและเสียง รวมถึงปัญหาการสเมิร์ฟให้มีความเด็ดขาดและน่าเชื่อถือมากขึ้น เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงความคาดหวังและมาตรฐานของคอมมูนิตี้ที่ผู้เล่นทุกคนต้องยอมรับและปฏิบัติตามร่วมกัน ถือเป็นการยกระดับการสร้างสังคมเกมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

คอลเลกชัน Ayakashi โหมเปลวเพลิงจากโลกใต้พิภพ

ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว คอลเลกชันสกินสุดเอ็กซ์คลูซีฟAyakashi” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานอันลึกลับของญี่ปุ่น ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานงานศิลปะยุคโบราณเข้ากับความล้ำสมัยอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยลวดลายหน้ากาก Kitsune สัญลักษณ์แห่งการผนึกกันระหว่างสองโลก สะท้อนถึงวิญญาณอันบ้าคลั่งที่ถูกกักขังอยู่ภายใน และเปลวไฟต้องสาปที่พร้อมลุกโชนได้ทุกเมื่อ อาวุธคอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วย Phantom, Ghost และไฮไลต์สำคัญอย่าง “Kogitsune” อาวุธระยะประชิดในรูปแบบคาตานะสั้นคู่ครั้งแรกของเกม ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นเพื่อการฟาดฟันที่สมบูรณ์แบบและทรงพลัง ด้วยท่วงท่าการโจมตีอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมให้ผู้เล่นได้ครอบครองและสัมผัสความน่าเกรงขามจากโลกใต้พิภพแล้ววันนี้

นอกจากนี้ ผู้เล่นสามารถรับชมวิดีโอไดอารี่จากทีมผู้พัฒนาและซีเนมาติกเปิดซีซัน “WHY WE FIGHT BACK” ซึ่งนำเพลงดังของ Britney Spears อย่าง “Toxic” มาเรียบเรียงใหม่โดยศิลปิน KiNG MALA และ Audrey Nuna ได้แล้ววันนี้ผ่าน ช่องทางออฟฟิเชียลของ VALORANT