HyperX Cloud lll Wireless ตัวใหม่ก็ไวเลตซะด้วยสิ ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลย

HyperX Cloud lll Wireless ตัวใหม่ก็ไวเลตซะด้วยสิ ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลย

ผ่านมา 3 ปีที่ HyperX Cloud ll Wireless ปล่อยออกมาโลดแล่นในตลาด ซึ่ง Cloud lll ก็ได้ปล่อยออกมาเมื่อ 3 เดือนก่อน ที่นอกจากจะอัปเกรดยกชุดทั้งขนาดของหูฟัง และวัสดุต่างๆที่ทำให้ทนทานและสวยงามเป็นตัวธงของค่ายก็ว่าได้ ซึ่งที่ปล่อยออกมายังเป็นแบบมีสายและหลายๆคนก็สอบถามกันว่าตัว Wireless จะมาเมื่อไหร่ เรียกว่าทันใจสุดที่ถูกปล่อยออกมาแล้วในวันที่ 9.9 ปีนี้ พร้อมแบตที่ใช้ได้นานถึง 120 ชั่วโมงแต่ 1 รอบชาร์จ

วันนี้เราจะมาเทียบกันว่าตัว HyperX Wireless จากรุ่น ll มาสู่รุ่น lll มีอะไรแตกต่างออกไปบ้าง ก่อนอื่นมาแกะกล่องตัวเอกของเราวันนี้กันก่อน

เรียกได้ว่าครบ

บนหน้ากล่องก็จะมีตัวระบุว่าใช้งานได้กับ PC, PS4 และ 5 รวมไปถึง Nintendo Switch เพราะตัวนี้ USB-C ใช้งานได้กับเครื่องทั่วไปอยู่แล้ว พร้อมกับตัวแปลง USB-A Adapter มาทำให้สามารถใช้งานกับเครื่องรุ่นต่างๆที่ระบุไว้หน้ากล่องได้ทันทีแค่เสียบก็ใช้งานได้เลย 

เปิดกล่องออกมาจะเจอหูฟังรออยู่แล้วด้านล่างจะมีกล่องใส่อุปกรณ์เสริมของตัวหูฟังได้แก่ 

  • ไมค์เชื่อมต่อกับหูฟัง ขนาด 10 mm. พร้อมไฟ LED แสดงเมื่อทำการ Mute
  • USB Dongle หัวแปลงจาก USB-C เป็น USB-A
  • ถุงสำหรับใส่หูฟังและอุปกรณ์ 
  • สายชาร์จ USB-C 
พรีเมี่ยมขั้นสุด !!!

รุ่นนี้มีถุงใส่มาให้ด้วยซึ่งแปลกใจมากเพราะได้ทดสอบมาหลายตัวเรียกว่านี้ตัวแรกและคุณภาพดีมาก เป็นผ้านิ่มที่มีสกรีน ลายน้ำ HyperX อยู่บนหน้าถุง

เรียกได้ว่ายัดลงได้ทั้งหมดลงถุงได้ ยกเว้นแค่กล่อง

ตัวหูฟังจะเป็นโครงเหล็กที่ทนทานและยืดหยุ่นเหมาะสำหรับใช้ในทุกโอกาส และชิ้นเดียวกันทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเสียหายจากข้อต่อต่างๆ ด้านในหุ้มด้วย Memory foam Signature HyperX Comfort ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนู่มและสบายอยู่แล้ว เรียกได้ว่าทุกรุ่นของ HyperX จะได้สัมผัสกับเจ้าฟองน้ำตัวนี้ แน่นอนอยู่แล้ว 

อันนี้ไม่ได้ออกแรงกดเลยนะ ไม่ได้อวย

ขนาดของหูฟัง อยู่ที่ 53 mm. ใหญ่ที่สุดของ HyperX ตอนนี้ ที่มาพร้อมระบบเสียง DTS® Headphone:X® Spatial Audio ด้านข้างของหูฟังจะมีปุ่มเปิดปิดและ Mute อยู่ฝั่งซ้าย และปรับ volume ที่ฝั่งขวา ซึ่งจะหมุนได้แบบครบรอบไม่ติดขัด

ตัวรับสัญญาณรวมและสายชาร์จ ตัวรับสัญญาณมาพร้อมหัวแปลงที่สามารถนำไปใช้ได้กับทั้ง PC และ Console ที่กล่าวข้างต้น ทั้ง PS 4-5 และ Nintendo switch และ มือถือที่รองรับ USB-C สายชาร์จ เป็นสาย USB-C เช่นกันหุ้มด้วยยางครับผม

เรามาเทียบแต่ละจุดของตัวหูฟังรุ่น ll และ ll กันเลยดีกว่า อย่างแรกตัวโครงด้านบนจะเล็กกว่า เล็กน้อยและไร้ตะเข็บเย็บที่ต่างจากรุ่นก่อน ขนาดของหูฟังตามสเปคดูเท่ากันแต่ตัวนี้ดูใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ไม่รัดหูและรู้สึกนุ่นสบาย

(บน : HyperX cloud III ล่าง : HyperX cloud II)
(ซ้าย : HyperX cloud III ขวา : HyperX cloud II)

ส่วนตัวไมค์จะมีช่องกรองที่ติดมากับไมค์ไม่ต้องส่วมฟองน้ำใช้งานได้ทันที พร้อมระบบตัดเสียง Noise-cancelling ที่จะช่วยให้เวลาเราเล่นกับเพื่อนจะไม่มีเสียงรบกวน ตะโกนแตกหนึ่งกันลั่นๆ

(ซ้าย : HyperX cloud III ขวา : HyperX cloud II)

ที่เด่นกว่าอีกหนึ่งอย่างก็คือ แบตเตอรี่ที่ทนทานกว่า โดนตัว HyperX Cloud lll Wireless นั้นอยู่ที่ 120 ชั่วโมงต่อ 1 รอบชาร์จเลยทีเดียว สูงกว่า Cloud ll ถึง 4 เท่า!!! 

ตัวรับสัญาณ ดีไซค์ใหม่ดูแข่งแรงและโฉยเฉี่ยวมีขนาดที่เล็กกว่ารุ่นก่อนหน้า พกพาสะดวกและพร้อมใช้งานได้กับทุกระบบ

จากที่ทดสอบการใช้งาน เสียงที่ได้รับชัดเจนแยกซ้ายขวาไปจนถึงบนล่างได้อย่างดี ทดสอบกับเกม Tom Clancy’s The Division 2  และการใช้งานดูหนังและเพลงก็ครบทุกย่าน เรียกได้ว่าหวานเจี๊ยบ

ภาพรวม 

  • ขนาดของหูฟังที่ใหญ่ถึง 53 mm.
  • ใช้งานได้ทุกประเภทไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลง และเล่นเกมสำหรับเกมเมอร์อย่างเราๆ 
  • แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 120 ชั่วโมง 
  • ระยะสัญญาณได้ถึง 20เมตร จากตัวรับสัญญาณ
  • ราคา 4,890 บาท

หากเพื่อนๆสนใจจะลองเช็กราคาหรือจะสั่งซื้อไปที่ลิงค์นี้ได้เลย
https://hyperx.gg/47Uk7Hb