HyperX เปิดตัว Clutch Gladiate คอนโทรลเลอร์มีสายสำหรับ Xbox เกมมิ่งเมาส์ Pulsefire Haste 2 และโปรแกรม HX3D ในงาน CES 2023


กรุงเทพมหานคร – 5 มกราคม 2566HyperX ซึ่งเป็นทีมอุปกรณ์เกมมิ่งที่ HP Inc. และเป็นผู้นำแบรนด์ของเกมมิ่ง และ อีสปอร์ต ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์เกมมิ่งรุ่นใหม่ เพื่อขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ซึ่งได้รับรางวัลมาอย่างมากมาย ได้แก่ HyperX Clutch Gladiate คอนโทรลเลอร์แบบมีสายรุ่นใหม่ ซึ่งได้ ลิขสิทธิ์ จาก Xbox และ เกมมิ่งเมาส์ HyperX Pulsefire Haste 2 ทั้งรุ่นมีสาย และ แบบไร้สาย ที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์สาย Xbox ตัวจริง

โดย Clutch Gladiate เป็นคอนโทรลเลอร์เล่นเกมรุ่นแรกของ HyperX ที่ผ่านการรับรองจาก Xbox มีจุดเด่นด้านการ ควบคุมที่แม่นยำ พร้อม สะดวกสบายเป็นพิเศษ สำหรับการเล่นเกมคอนโซลในระยะเวลาที่ยาวนาน ในขณะที่ Pulsefire Haste 2 ซึ่งเป็นเกมมิ่งเมาส์ที่ได้รับความนิยมของทาง HyperX ก็มาพร้อมคุณสมบัติใหม่ในด้านการออกแบบอีกด้วย นอกจากนี้ยังเปิดตัวโปรแกรมใหม่ล่าสุด HX3D ที่เข้ามาสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ นำพาเกมเมอร์ไปสู่เส้นทางใหม่ในการปรับแต่ง และทำให้อุปกรณ์เล่นเกม ที่พวกเขาโปรดปรานมีลักษณะความเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น โดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติที่เหนือชั้นของ HP


“งาน CES เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับ HyperX ที่จะมาแสดงให้เห็น และ เน้นย้ำความมุ่งหมายของเรา ในการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงให้กับเหล่าเกมเมอร์” กล่าวโดย HyperX “ไม่ว่าคุณจะเล่นเกมบน Xbox หรือ พีซี HyperX ก็เพรียบพร้อมด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีคุณภาพสูง ให้เกมเมอร์สนุกสนานไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มอิ่ม และมีอิสระจากการใช้งานแบบไร้สาย พร้อมทั้งความสะดวกสบาย และความสามารถในการปรับแต่งได้ในแบบที่ต้องการ”


ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ HyperX พร้อมนำเสนอความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และความสามารถในการควบคุมที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกระดับ ให้กับเหล่าเกมเมอร์ทุกคน โดยจะมีการจัดแสดงที่งาน CES 2023 ในส่วนของ Pepcom Digital Experience และ ห้องสาธิตผลิตภัณฑ์ของ HyperX ที่ Venetian Hotel (Venetian Tower #29-111) ในช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2566 โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังนี้

HyperX Clutch Gladiate คอนโทรลเลอร์แบบมีสายสำหรับ Xbox: คอนโทรลเลอร์ HyperX Clutch Gladiate ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสบการณ์ และประสิทธิภาพให้กับเกมเมอร์ให้ถึงขีดสุด โดยเป็นคอนโทรลเลอร์ที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจาก Xbox มาพร้อมคุณสมบัติตัวล็อคไกแบบคู่ และปุ่มด้านหลังที่สามารถปรับจูนได้ เพื่อเสริมการควบคุม และปรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายที่ผู้เล่นต้องการ  นอกจากนี้ยังเลือกใช้มอเตอร์สั่นแบบคู่ที่ทรงพลัง ช่วยเพิ่มความตื่นเต้น และการตอบสนองที่ยอดเยี่ยม รวมถึงยังเลือกใช้ผิวสัมผัสแบบ Clutch Gladiate ที่ให้ความสะดวกสบาย ความกระชับมือในการใช้คอนโทรลเลอร์ และยังมาพร้อมช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. เพื่อให้สะดวกกับการเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมีสายอีกด้วย

เกมมิ่งเมาส์ HyperX Pulsefire Haste 2 แบบมีสาย: HyperX Pulsefire Haste 2 เกมมิ่งเมาส์ที่มีน้ำหนักเบาเพียง 53 กรัม1 ซึ่งใช้การออกแบบฝาครอบน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพื่อการเคลื่อนที่ที่ไวกว่า โดยเมาส์ที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติพิเศษนี้ มีอัตราค่าความไวในการส่งสัญญาณ (polling rate) สูงสุดอยู่ที่ 8000Hz ให้การเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์ที่รวดเร็ว ราบรื่น มีความแม่นยำสูงด้วยเซนเซอร์ 26K ของ HyperX ที่ตั้งค่า DPI ได้สูงถึง 26K มาพร้อมปุ่มสวิตช์ของ HyperX ที่ทนทานและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รองรับการคลิกได้มากถึง 100 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณ HyperFlex 2 และแผ่นสเกทรองใต้เมาส์แบบ PTFE ระดับ virgin-grade ที่ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ผู้เล่นขยับเมาส์ได้อย่างไหลลื่น นอกจากนี้ Pulsefire Haste 2 นี้ยังรองรับการปรับแต่งการทำงานผ่านกับซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถปรับค่า DPI ปรับสีสันของไฟ RGB2 ปรับการทำงานของปุ่ม ปรับระดับประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ และบันทึกค่ามาโครได้อย่างง่ายดาย ซึ่ง Pulsefire Haste 2 แบบมีสาย จะมีให้เลือกทั้ง สีดำ และ สีขาว

เกมมิ่งเมาส์ HyperX Pulsefire Haste 2 แบบไร้สาย: Pulsefire Haste 2 Wireless เกมมิ่งเมาส์แบบไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อไร้สายได้ทั้งผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth®3 และ Wireless 2.4GHz ที่ออกแบบมาสำหรับการเล่นเกม มีน้ำหนักเพียง 62 กรัม1 ทำให้ Pulsefire Haste 2 Wireless สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว และมาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดถึง 100 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง4 โดย Pulsefire Haste 2 Wireless ตอบโจทย์ด้านการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์ที่รวดเร็ว ราบรื่น มีความแม่นยำสูง ด้วยเซนเซอร์ 26K ของ HyperX ที่ตั้งค่า DPI ได้สูงสุดถึงระดับ 26K มาพร้อมสายเคเบิล HyperFlex 2 ที่มีความยืดหยุ่น และแผ่นสเกทรองใต้เมาส์แบบ PTFE ระดับ virgin-grade ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ช่วยให้ผู้เล่นขยับเมาส์ไปได้อย่างไหลลื่น Pulsefire Haste 2 Wireless นี้ยังรองรับการปรับแต่งผ่านทางซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY เปิดให้ผู้ใช้สามารถปรับค่า DPI ปรับสีสันของไฟ RGB2  ปรับการทำงานของปุ่ม ปรับระดับประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ และบันทึกค่ามาโครได้อย่างง่ายดาย ซึ่ง Pulsefire Haste 2 Wireless จะมีให้เลือกทั้ง สีดำ และ สีขาว

โปรแกรม HX3D: HyperX จะร่วมมือกับนักพัฒนาเกม ทีมกีฬาอีสปอร์ต นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ อินฟลูเอนเซอร์ และทีมสร้างสรรค์ภายใน สำหรับการสร้างสรรค์และออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการเล่นเกม หรือสะสมเป็นของที่ระลึก เพื่อเป็นหนึ่งในของสะสมได้อีกด้วย

“เราทราบดีว่าเกมเมอร์รักการปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ โดยใช้เวลาและความพยายามมากมายในการทำให้ทุกไอเทมในเกม ตั้งแต่ตัวละคร ไปจนถึงชุดตกแต่ง อาวุธ และอื่น ๆ มีคุณภาพที่ดีขึ้น” กล่าวโดย HyperX “ซึ่ง HX3D จะนำความชื่นชอบ และ ประสบการณ์ด้านการปรับแต่งในเกมเหล่านั้น มาสู่โลกที่จับต้องได้ รวมทั้งยังเปิดช่องทางแห่งความสนุกสนาน ที่เปี่ยมไปด้วยความหลากหลายในการอัปเดต และปรับแต่งเกมมิ่งเกียร์ HyperX ที่ได้รับรางวัลมาอย่างมากมายของเรา”

ภายในงาน CES 2023 ทาง HyperX จะจัดแสดงคีย์แคปที่ได้รับการออกแบบเฉพาะตัวที่มีจำนวนจำกัดเป็นรุ่นแรก โดยใช้การออกแบบบนพื้นฐานของ HyperX Cozy Cat ซึ่งพัฒนาโดย HyperX ที่ผ่านการโหวตคะแนนเสียงจากชุมชนเกมมิ่ง โดยผลิตภัณฑ์ HX3D ได้รับการผลิตขึ้นจากเครื่องพิมพ์สามมิติของ HP Inc., ที่เป็นการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ มาใช้ในการทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งนำนวัตกรรม และทักษะการพิมพ์สีมาสู่วงการเกม โดยผลิตภัณฑ์แบบเฉพาะบุคคล ของ HyperX จะได้รับการผลิตขึ้นโดยการใช้ผงไนลอนที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


HyperX ได้วางแผนในการสร้างสรรค์คีย์แคปรุ่นใหม่เพิ่มเติมตลอดทั้งปีนี้ โดยจะมาจากความร่วมมือเรื่องการออกแบบ กับกลุ่มผู้สร้างสรรค์ อินฟลูเอนเซอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ ผู้ทรงอิทธิพลที่มีชื่อเสียง ตลอดจนถึงพาร์ทเนอร์อื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งการเปิดตัว HX3D โดย HyperX นี้ จะเป็นการก้าวไปสู่อีกระดับของการเล่นเกมที่มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งในช่วงเริ่มต้นของโปรแกรม จะมีการผลิตชิ้นงานจากการพิมพ์ 3 มิติให้กับกลุ่มของชุดอัพเกรดคีย์แคป ในแบบจำนวนจำกัด โดยจะได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดของ HyperX และแมคคานิคอลคีย์บอร์ดรุ่นอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม ซึ่งโปรแกรมนี้ จะเปิดให้ใช้งานได้ในสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

1 น้ำหนักที่ระบุไม่รวมสายเคเบิล
2 การส่องสว่างของไฟ LED แบบ RGB ในแต่ละจุดสามารถปรับแต่งได้ในซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY
3 Bluetooth® เป็นเจ้าของเครื่องหมายทางการค้า และใช้โดย HP Inc, ที่ได้รับอนุญาต
4 ทดสอบด้วยการปิดแสงไฟ ภายใต้การใช้งานอย่างต่อเนื่อง
5 น้ำหนักรวมสายเคเบิล
6 อัตรา polling rate เริ่มต้น 1000Hz สามารถปรับค่าจากในตัวได้ถึง 8000Hz หรือตั้งค่าจากในซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY


YouTube: http://www.youtube.com/hyperx
Facebook: https://www.facebook.com/hyperxapac