(Review Mobile) Legend of Swordman สุดยอดเกมมือถือจอมยุทธระดับบิ๊กจากวินเนอร์

วินเนอร์ออนไลน์ได้เปิดตัวเกมมือถือตัวใหม่และกำลังจะมีงานแถลงข่าวในวันที่ 27 มีนาคมนี้ กับเกมมือถือจีนฟอร์มยักษ์อย่าง Legend of Swordman หรือชื่อภาษาไทยว่ากระบี่มังกรหยกนั่นเอง ซึ่งต้องบอกว่ามันเป็นเกมเก็บเลเวลจีนที่เกมทำออกมาสนุกมากเกมหนึ่งเลยหละครับ เราจะมาดูกันดีกว่าว่าเกมนี้เป็นยังไง

สำหรับ Legend of Swordman นั้นจะเป็นเรื่องราวต่อจากเกม JX Online 3 (ซึ่งในไทยไม่มีเปิดบริการมาก่อน) โดยจะเล่าเรื่องราวของสงครามที่จอมยุทธได้เข้าไปขัดขวางแผนการยึดครองของบุคคลปริศนา แต่ระหว่างการต่อสู้ จอมยุทธถูกลอบโจมตีจนบาดเจ็บ กำลังภายในนั้นหายหมด จำเป็นต้องฟื้นฟูกำลังภายในขึ้นมาใหม่ และออกท่องโลกในยุทธภพเพื่อสืบหาว่าคนร้ายคนนั้นเป็นใคร และมีแผนอะไรกันแน่

ตัวเกมนั้นจะเป็นเกมแนว Action ที่มีมุมมองเป็น 2.5D แต่ตัวละครนั้นจะเป็น Full3D ด้วยโลกทัศน์ที่ดูเป็นแฟนตาซีและสดใส ภาพดูเป็นการ์ตูนมากกว่าแนวสมจริงสมจัง โดยตัวเกมนั้นคนเล่นจะต้องบังคับตัวละครในการโจมตีและกดใช้งานสกิลได้เหมือนกันกับเกมแนวแอ็คชั่นบนมือถือเกมอื่นๆ ที่แตกต่างเล็กน้อยก็คือจะมีปุ่มสกิลให้กดมากกว่านิดหน่อย แต่จริงๆ ความสนุกของมันก็คือ เนื้อเรื่อง และระบบการเล่นครับ

คือบอกตรงๆ เลยว่า นับจากวินาทีแรกที่จับเกมนี้ คิดในใจเลยว่า เกมก็คงแปลภาษาอออกมา Google Style แน่ๆ เพราะเกมกำลังภายในจีนหลายเกมมักจะเป็นแบบนั้น แต่เปล่าครับ ตัวเกมนั้นกลับมีการแปลภาษาไทยออกมาค่อนข้างดีมาก แม้ว่าช่วงหลังๆ ของเกมนั้นจะมีแอบแปลแล้วชวนงงบ้าง แต่เนื้อเรื่องเกมนั้นทำให้อ่านได้รู้เรื่องและสนุกไปกับเรื่องราวของมันครับ

เพราะในเกมนั้นจะเล่าเรื่องราวแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป รู้จักกับตัวละครในเรื่อง และก็ไม่ได้รีบร้อน ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นอ่านดีๆ ก็เหมือนกำลังนั่งอ่านนวนิยายจีนอยู่ แต่ด้วยข้อจำกัดที่มันเป็นเกม ทำให้การบรรยายบางส่วนตกหล่นไปบ้าง แต่ต้องบอกเลยว่ามันเป็นเกมจีนที่ทำเนื้อเรื่องออกมาได้ดีมาก แต่ที่ดีกว่าคือการแปลภาษาเนี่ยแหละที่ทำออกมาได้ดีจริงๆ

ด้านระบบเกมเพลย์นั้นก็ยังคงเป็นสเต๊ปของเกมแนวแอ็คชั่นที่คนเล่นฟันทีเดียวก็จะโดนเป็นหมู่คณะ และอาศัยจังหวะในการหลบการโจมตีอีกฝ่าย (ในเกมจะเป็นวิชาตัวเบา คือกระโดดหนีออกมาเลย) กับหาจังหวะในการใช้สกิลโจมตีอีกฝ่าย ซึ่งต้องบอกว่าระบบการปะทะของเกมนี้แม้ว่าจะไม่ได้ดูหนักแน่นอะไรนัก แต่ก็ทำได้ดูสนุก ไม่รู้สึกง่ายหรือยากจนเกินไปครับ (แน่นอนว่ามาพร้อมกับระบบออโต้กรณีที่ขี้เกียจทัช)

นอกจากนี้ ในเกมยังมีระบบคู่หูที่จะช่วยคนเล่นปะทะกับศัตรู จนคนเล่นสามารถเล่น Solo ได้สบายๆ แถมแสงสีเสียงสกิลในการใช้เกมนี้ก็มาแบบอลังการจนแบบถ้าในแผนที่นั้นมีคนเล่นคนอื่นอยู่ด้วย รับรองว่าแสงสีมากันแบบส่องสว่างวาบเต็มหน้าจอแน่นอน ซึ่งคนไหนที่ชื่นชอบเกมที่มีสกิลท่าทางการโจมตีจนราวกับดาบเลเซอร์หวดไปมา รับรองว่าถูกใจแน่นอนครับ

ที่ดูโดดเด่นขึ้นมาบ้างก็คือ ตอนที่ตัวละครอยู่ในเมืองบางจุดนั้น ตัวละครจะวิ่งไปตามเส้นทางเควสที่ขึ้น (คือความเร็วไม่ได้คงที่เท่าเดิม) แถมบางจุดตัวละครจะมีการกระโดดข้ามฉากอีกด้วย ซึ่งเกมลักษณะนี้ก็มีให้เห็นมาแล้วบ้าง โดยจะเป็นการที่ตัวละครจะกระโดดเองเป็นบางฉาก ซึ่งสร้างความแปลกใหม่ให้เห็นบ้างเหมือนกัน

นอกจากนี้ ระบบในเกมก็ยังเอื้อประโยชน์ต่อความง่ายในการเล่น ที่แปลกใหม่และชื่นชอบพอสมควรก็คือ การที่คนเล่นไม่ต้องเอาอาวุธมาสังเวยเอามาอัพเกรดอะไรแล้ว คนเล่นสามารถใช้อาวุธที่ตัวเองชื่นชอบได้ และเพิ่มออฟชั่นพิเศษจากอาวุธชิ้นอื่นที่ได้มาได้เลย เช่น ดึงออฟชั่น ตีแรงขึ้น ไปใส่ในอาวุธของเรา ทีนี้อาวุธของเราก็จะได้ออฟชั่น ตีแรง เข้ามาได้เอง โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนอาวุธ เป็นอีกระบบที่คนเล่นไม่ต้องสับสนว่าจะต้องหาอาวุธอะไรมา เพราะสามารถใช้อาวุธที่มีอยู่ไปได้เรื่อยๆ ได้เองเลย

และอีกระบบที่ทางเราได้ลองก็คือระบบสงครามที่คนเล่นจะต้องเข้าร่วมฝ่ายในการเข้าปะทะกับคนเล่นคนอื่น แม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกม FREE PK ที่คนเล่นสามารถไล่ตีคนเล่นคนอื่นได้ทันทีก็จริง แต่ตัวระบบสงครามจะเด่นกว่าเพราะให้อารมณ์คล้าย MOBA ที่ต่างฝ่ายต่างจะต้องไล่ฆ่าอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุดก่อนหมดเวลา โดยฐานของแต่ละฝ่ายจะมี NPC ยืนเฝ้าและเป็นกำลังเสริมให้ด้วย ซึ่งสร้างความสนุกในการเล่นค่อนข้างมากเลยทีเดียว

ถ้าจะเอ่ยถึงข้อเสียของเกม ก็น่าจะเป็นบางช่วงของการแปลภาษาที่แอบงงบ้าง และเพลงประกอบบางเหตุการณ์ที่ไม่ได้ทำให้เข้ากับบรรยากาศเนื้อเรื่องในเกมช่วงนั้นๆ ทำให้ตัวเกมดูเนือยๆ ไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว มันเป็นเกมที่เล่นได้สนุก และให้ความรู้สึกแตกต่างจากเกมกำลังภายในจีนเกมอื่นเลยหละครับ คนไหนที่หลงไหลเรื่องราวของจอมยุทธจีนอยู่แล้ว รับรองว่าเล่นสนุกแน่นอนครับ

จุดเด่น
– เนื้อเรื่องสนุก แปลภาษาไทยออกมาค่อนข้างดี
– ระบบเกมเพลย์ตื่นตา สกิลอลังการ ควบคุมง่ายและหลากหลาย
– ฉากหลังทำเป็นภาพงานอาร์ตผสมผสานกับฉาก 3D เลยทำให้ดูเนียนตา
– FREE PK แต่ที่สนุกก็คือ โหมดสงครามที่ให้อารมณ์คล้าย MOBA
– ตัวเกมแผนที่กว้าง จนเหมือนเกม MMORPG บน PC แล้วย่อส่วนมาเป็นมือถือ

ข้อเสีย
– การแปลภาษาไทยบางช่วงแปลออกมาแอบงงนิด
– เพลงประกอบก็ยังสไตล์จีน ซึ่งทำให้ฉากเรื่องราวบางฉากเนือยไปบ้าง
– การสับเปลี่ยนฉากบางช่วงทำไม่เนียนเท่าไหร่
– หน้าตาตัวละครดูเป็นตุ๊กตาไปหน่อย

สำหรับเกม Legend of Swordman จะเปิดทดสอบไปจนถึงวันที่ 20 มีนาคมนี้ โดยตัวเกมจะรีเซตข้อมูลทั้งหมด แต่คนไหนที่เติมเงินช่วงนี้ ตอนเกมเปิด OBT จะได้เงินคืน 150 % ครับ คนไหนที่สนใจ สามารถเข้าไปดาวโหลดตัวเกมเล่นได้เลย ที่ google play ครับ (iOS ยังไม่เปิดบริการในช่วงทดสอบครับ) สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเกมที่ เว็บไซด์หลัก และติดตามข่าวสารอัพเดตได้ที่ แฟนเพจหลัก ของเกมได้เลยนะครับ