5 เหตุผลที่ทำให้มังกรหยก-Kung fu 3D แตกต่างจาก เกม Action RPG บนมือถือทั่วไป!

เกม Action RPG ทั่วไปอาจจะทำให้คุณสนุกได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่เมื่อเล่นไประยะหนึ่ง ด้วยความซ้ำและความจำเจก็จะทำให้ตัวเกมเริ่มน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดยอดเกม Action RPG จะทำให้คุณพลิดเพลินและอินไปกับมัน ไม่ว่าจะเล่นไปไกลแค่ไหนก็ยังมีสนุกและมีสิ่งให้ค้นหามากมายอยู่เสมอ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ มังกรหยก-Kung fu 3D เป็นเกมสุดยอด Action RPG

 

  1. เกมเพลย์ที่เป็น Action RPG เต็มตัว

เกม Action ทั่วไป มักจะแค่บังคับเดิน บังคับสกิล จึงทำให้กลายเป็นเกมวัดพลังวัดเลเวลกันว่า ใครสูงกว่ากัน นั่นมันจะต่างอะไรกับเกม RPG Turn-Base  แต่ไม่ใช่สำหรับ มังกรหยก-Kung fu 3D ซึ่งเป็นเกม Action เต็มตัว แม้จะมีระบบ Auto แต่การบังคับด้วยตัวเองจะสามารถควบคุมตัวละครได้ดีกว่า โดยสามารถจับจังหวะโจมตี และจังหวะหลบได้  โดยหากคู่ต่อสู้มีการใช้สกิล ระบบจะมีแจ้งเตือนพื้นที่ของสกิล ทำให้เราเดินหลบออกมาได้ หรือแดช ด้วยปุ่ม Dash (หลบ) ซึ่งสามารถใช้ต่อเนื่องได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้นแล้วต้องรอ Cooldown ไปซักพัก นั่นทำให้เรามีโอกาสชนะคู่ต่อสู้ที่มีพลังสูงกว่าได้ และทำให้ตัวเกมมีความสนุกและความท้าทายยิ่งขึ้นด้วย

 

  1. การคอมโบของท่าและไม้ตาย

อย่างที่บอกขั้นต้น เกม Action ทั่วไปอาจจะกดสกิลเรียงกันเพื่อทำ Damage สูงสุดในการใช้แต่ละครั้ง แต่สำหรับ มังกรหยก-Kung fu 3D การคอมโบสกิลคือการโจมตีคู่ต่อสู้เพื่อให้ได้ผลของสกิลแน่นอน เนื่องจากตัวเกมสามารถ Dash (หลบ) ได้ถึง 2 ครั้ง และยังมีระบบเกราะ(Endure)  ที่เป็นการป้องกันของตัวละคร  โดยค่าเกราะจะแสดงที่หน้าจอบนซ้ายเป็นเกจที่ 2 (รูปโล่) ในตอนปกติหากตัวละครโดนโจมตีจะไม่ทำให้ชะงักหรือล้ม แต่หากโดนโจมตีสะสมไปเรื่อยๆจนค่า เกราะ หมด ตัวละครจะอยู่ในสถานะไร้การป้องกัน ทำให้โดนโจมตีรุนแรงหรือคอมโบได้ง่าย

ความมันส์อยู่ตรงนี้แหละ! หากเราสามารถทลายเกราะอีกฝ่ายได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งเปิดโอกาสให้ใส่คอมโบได้ โดยที่คู่ต่อสู้ไร้ทางป้องกันเลยทีเดียว แม้แต่จอมยุทธที่แข็งแกร่งกว่าแค่ไหนหากพลาดพลั้งโดนคอมโบชุดใหญ่เข้าไปก็แทบไม่รอดซักราย นั่นเป็นเหตุว่าเกมนี้ไม่ได้วัดกันที่พลังอย่างเดียว เทคนิคการเล่นเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อสู้ด้วย

 

  1. เนื้อเรื่องสุดเข้มข้นจากรับรองโดย กิมย้ง

หนึ่งในสาเหตุหลักๆที่ทำให้เบื่อเกมได้ง่ายก็คือ เนื้อเรื่องเกมที่น่าเบื่อ  การสู้เนื้อเรื่องเพียงแค่ให้ผ่านด่านต่อๆไปทำให้ไม่เกิดความไม่อิน แต่สำหรับมังกรหยก-Kung fu 3D ที่อิงเนื้อเรื่องตามวรรณกรรม “มังกรหยก” ของกิมย้ง ซึ่งแฝงไปด้วย ข้อคิด ความสนุก และความตื่นเต้นในการใช้กำลังภายในและท่วงท่า เราจะได้สัมผัสเนื้อเรื่องอันเข้มข้น ประดุจดั่งนั่งดูมังกรหยกใหม่เลยตั้งแต่ภาค ก๊วยเจ๋ง จนถึง เอี้ยก้วยกันเลยทีเดียว

 

  1. การออกแบบตัวละครและท่าไม้ตายที่เป็นเอกลักษณ์

เชื่อเถอะ คงไม่มีใครอยากเล่นเกมที่เปลี่ยนแค่หน้าตัวละคร แต่ชุดหรือสกิล เอามายำจากตัวละครอื่น กลายเป็นตัวละครจับฉ่ายซะงั้น  ซึ่งเกมมังกรหยก-Kung fu 3D ได้ใส่ใจในด้านนี้จึงพิถีพิถันออกแบบตัวละครให้มีเอกลักษณ์ตรงตามเรื่องมังกรหยกมากที่สุด ซึ่งทำให้สกิลได้ออกท่วงท่าสวยงามและอลังการตามแบบฉบับวรรณกรรม คือมันเจ๋งมากอ่ะ ใครแฟนพันธ์แท้มังกรหยกดูแล้วกรี๊ดได้เลย

 

  1. ระบบเกมที่มีความหลากหลายไม่ต้องรออย่างน่าเบื่อ

เคยไหม เล่นเกมที่สนุกมากๆ แต่ Stamina หมดจนทำให้รอครึ่งค่อนวัน เลยรู้สึกเบื่อไปเลย!  นั่นไม่ได้เป็นเพราะเกมที่มี Stamina ไม่ดี แต่เป็นเพราะเกมมีระบบน้อย เมื่อใช้ Stamina หมดจึงไม่มีอะไรทำจึงเกิดความน่าเบื่อ  แต่สำหรับเกมที่มีหลายๆโหมด หลายๆฟังก์ชั่นมากมายอย่างมังกรหยก-Kung fu 3D นั้น เราสามารถสนุกไปกับเรื่องราวที่เข้มข้นและการเปิดฟังก์ชั่นจากการอัพ LV และการผ่านเนื้อเรื่องไปได้  นอกจากนี้หาก Stamina หมดเรามีโหมดอื่นๆให้เล่นเพลินๆรอ Stamina ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฟังก์ชั่นยุทธภพฟังก์ชั่นเดียว ก็มีโหมดให้เล่นถึง 8 โหมดแล้ว แล้วยังมีตีบอสกิล ,บทเทพอินทรีย์ ,งานประลองยอดยุทธ ,สงครามกิล ฯลฯ เรียกว่ามีให้เล่นจนไม่หวาดไม่ไหว

 

ทั้งหมดนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมเกม มังกรหยก-Kung fu 3D ถึงน่าสนใจกว่าเกม Action RPG ทั่วๆไป  เล่นเอารู้สึกอยากจะดูมังกรหยกใหม่อีกตั้งแต่ภาค 1-3 อีกซักรอบเลย เกมดีๆสนุกๆแบบนี้ แฟนพันธ์แท้มังกรหยกห้ามพลาดนะครับ!

เทคนิคต่างๆของมังกรหยก-Kung Fu 3D

วิธีหาเพชรฟรีในเกมมังกรหยก-Kung Fu 3D คลิก!

9 วิธีอัพเกรดขั้นเทพ คลิก!

อยากเก่งเร็วต้องดู คลิก!